เดินทางไปเที่ยว แต่ขับรถแล้วมีอาการหลับใน จะทำแก้ยังไงดี?

Last update : 2019-05-17 15:02:37

เดินทางไปเที่ยว แต่ขับรถแล้วมีอาการหลับใน จะทำแก้ยังไงดี?

          เมื่อทำงานหนักและหักโ*่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็จะทำให้ร่างกายเกิดอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลียทั้งสมองและส่วนอื่นๆของร่างกาย ซึ่งทำให้เกิดสภาวะที่เรียกว่า หลับใน และแสดงออกให้เห็นเป็น อาการหลับใน ซึ่งมีความอันตรายต่อผู้ที่ต้องขับขี่รถยนต์เป็นอย่างมาก เพราะหากเกิดการหลับในขณะขับรถบนท้องถนนนั้น ก็เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ จึงต้องทราบถึงสภาวะหลับในพร้อมทั้งสำรวจตัวเองและความพร้อมก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

ร่างกายจะแสดงอาการหลับในยังไง มีสัญญาณเตือนอะไรบ้าง

อาการแรกที่จะส่อถึงการพักผ่อนน้อยของคุณที่นำไปสู่อาการ หลับใน นั่นก็คือ การเริ่มรู้สึกง่วง หาวนอนบ่อยครั้ง เพราะเมื่อร่างกายของคุณอ่อนล้ามาก ๆ สิ่งที่ร่างกายของเราต้องการมากที่สุดเพื่อให้การหายใจระดับเซลล์อันได้มาซึ่งพลังงานนั้นยังคงดำเนินต่อไปได้ นั่นก็คือ แก๊สออกซิเจน เมื่อสัดส่วนระหว่างแก๊สออกซิเจนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์​ในร่างกายของเราเริ่มลดต่ำลง ทำให้ร่างกายจำเป็นต้องขับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์​ออกมาอย่างรวดเร็ว จึงขับออกในรูปแบบของการหาว

การหาวจึงเป็นอาการในระยะแรก ๆ ก่อนจะนำไปสู่ภาวะ หลับใน สามารถสังเกตได้ง่าย โดยวิธีแก้ปัญหาเมื่อเกิดอาการนี้คือคุณควรที่จะหายใจเข้าลึก ๆ และหายใจออกช้า ๆ เพื่อให้ร่างการได้นำออกซิเจนไปใช้งาน​ได้อย่าง​เต็มที่ ถ้าร่างกายยังคงไม่ได้รับการพักผ่อนอีก อาการที่ตามมาก็คือสภาวะของการเสียสมาธิขณะขับรถอันเนื่องมาจากอาการใจสั่น ซึ่งก็เป็นผลมาจากการที่ร่างกายยังคงมีความต้องการใช้ออกซิเจนอยู่เรื่อย ๆ จนทำให้หัวใจต้องสูบฉีดเลือดเร็วขึ้น แต่ด้วยความที่ร่างกายมีพลังงานน้อยจากการพักผ่อนน้อย ทำให้เกิดอาการใจสั่น หัวใจมีการทำงานที่ผิดปกติ  จนอาจทำให้เสียสมาธิเป็นระยะ ๆ ที่ยังพอที่จะควบคุมตนเองได้ อาจจะใช้วิธีการดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง เพื่อเพิ่มพลังงานและความสดชื่นให้กับร่างกาย กระตุ้นให้ร่างกายยังคงสามารถยังพอที่จะไปต่อได้ แต่ถ้าร่างกายยังคงได้รับแก๊สออกซิเจนไม่เพียงพอ นอกจากอาการต่าง ๆ ข้างต้นแล้ว อาการที่จะตามต่อมาก็คืออาการของการที่สมองล้าจากการทำงานหนักด้วยการขับขี่ที่ยาวนานและระยะทางไกล ๆ แต่ร่างกายยังคงไม่ได้พักผ่อน จนเริ่มมีอาการมึนงง เวียนหัว ปวดหัว ไปจนถึงอาการหนังตาเริ่มล้า ลืมตายากขึ้น รู้สึกเหมือนเปลือกตาจะลงมาปิดตลอดเวลา ซึ่งเป็น อาการหลับใน ที่เราทราบกันดีและจะเริ่มขาดสติ

เพียงเท่านี้ก็มีภาวะเสี่ยงสูงต่ออุบัติเหตุ​ที่จะเกิดขึ้นจาก หลับใน แล้ว ซึ่งหากอาการดำเนินมาถึงขั้นนี้ ทางที่ดีเราควรแวะพักผ่อน งีบหลับเสียก่อน ก่อนที่จะสายเกินแก้ แต่ถ้าหากคุณยังดื้อรั้น​ที่จะขับรถต่อ สายตาของคุณอาจจะเริ่มเบลอ มองภาพไม่ชัด มองเส้นทางได้ในระยะการมองเห็นที่สั้นลง เริ่มป้ายจราจรหรืออ่านตัวหนังสือไม่ได้ เป็นสภาวะอันตรายอย่างยิ่งต่อการขับขี่และจะอันตรายที่สุดเมื่อดวงตาของคุณปิดลงในแบบที่ควบคุมตนเองไม่ได้ นอกจากนั้นการที่ร่างกายของคุณขาดสติไป ไม่สามารถควบคุมพวงมาลัยเพื่อบังคับทิศทางรถได้อีกต่อไป

 

วิธีป้องกันอาการหลับใน

สิ่งที่จะสามารถป้องกันการ หลับใน ได้ในเบื้องต้นคือ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ ให้ร่างกายพร้อมกับการเดินทาง การหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์รวมไปถึงการทานยาที่มีฤทธิ์​ทำให้เกิดอาการง่วงนอน เพียงแค่นี้คุณก็พร้อมสำหรับการเดินทางแล้ว แต่ถ้าหากคุณไม่ได้ปฏิบัติตามแล้วมีความจำเป็นที่จะใช้รถใช้ถนน หากร่างกายของคุณเริ่มอ่อนล้าขณะขับรถเมื่อไหร่ ร่างกายจะแสดงอาการก่อนหลับในออกมาให้เห็นทันที

การที่เราได้รู้ถึงลักษณะอาการหลับใน พร้อมทั้งวิธีป้องกัน ต่าง ๆ ที่แสดงออกมาที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่คุณกำลังอยู่ในสภาวะหลับใน รวมไปถึงแนวทางการแก้ไขในเบื้องต้นกันไปแล้ว ก็อย่าลืมที่จะนำข้อมูลที่รับทราบนี้ไปเป็นตัวชี้วัดสำหรับการคอยสังเกตพฤติกรรมและอาการของตนเองอย่างสม่ำเสมอในขณะขับขี่ยานพาหนะว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือเข้าข่ายการหลับในหรือไม่ เพื่อป้องกันและแก้ไข อาการหลับใน มิให้เป็นสาเหตุที่นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ​จากการใช้รถใช้ถนนที่จะส่งผลเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน​ทั้งของตนเองและผู้อื่น

นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญนอกจากการเตรียมร่างกายให้พร้อม ก็คือการทำประกันรถยนต์เพราะจะช่วยคุ้มครองเรื่องการเกิดอุบัติเหตุและมีการชดเชยความเสียหายต่าง  ๆ ตามความเหมาะสม โดยต้องศึกษาเงื่อนไขการจ่ายเงินของประกันให้ดีว่าคุ้มครองกรณีใดบ้าง



Comments

No comment

Line @Mellow975

@Mellow975
Copyright © 2017 http://mellow975.mcot.net All Rights Reserved. Powered by Pun Corporation