Live Radio Live Radio

NOW: NEXT:

บทความล่าสุด post blog

“ฉันจะพาเธอลอย ล่องไปในอวกาศ” ลาลาลอย (100%) จาก The TOYS

“ฉันจะพาเธอลอย ล่องไปในอวกาศ” ลาลาลอย (100%) จาก The TOYS

****************************************************** ฉันจะพาเธอลอย ล่องไปในอวกาศที่มีแต่เธอมีแต่เธอแต่ไม่ต้องกลัว ฉันจะพาเธอลอยล่องไปในอันตรายจะมีแต่เธอมีแต่เธอแต่ไม่ต้องกลัว ****************************************************** เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา The TOYS หรือ ทอย ธันวา ศิลปินสังกัดค่าย What The Duck เจ้าของเพลงฮิตติดหูวัยรุ่น อย่างเพลง “หน้าหนาวที่แล้ว” “ก่อนฤดูฝน” “04.00” “TOY” ได้ปล่อยเพลงใหม่ ชื่อ “ลาลาลอย (100%)” และอัลบั้มเต็มชุดแรก “SUN” ณ ลานกิจกรรม Quartier Avenue ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์   สามารถติดตามรับชมมิวสิควิดีโอเพลง “ลาลาลอย (100%) ” ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=jdiRSOkzQns และติดตามฟังเพลงเพราะๆแบบนี้ได้ทาง Mellow975 #KeepitMellowandListenToMusic


read more
BETTER WORK BETTER LIFE : เจสสิก้า ค็อกซ์ นักบิน ไร้แขน คนแรกของโลก

BETTER WORK BETTER LIFE : เจสสิก้า ค็อกซ์ นักบิน ไร้แขน คนแรกของโลก

  เจสสิก้า ค็อกซ์ (Jessica Cox) เกิดมา ไร้แขน ซึ่งเป็นความพิการตั้งแต่กำเนิด เธอเกิดที่รัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เวลานั้นผู้คนต่างพากันสงสัยว่าเธอจะใช้ชีวิตแบบปกติได้อย่างไร พ่อของเจสสิก้าไม่เคยเสียน้ำตาเมื่อเห็นลูกเกิดมาในสภาพนี้ แต่กลับเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมในศักยภาพของลูกสาว ด้วยแรงสนับสนุนจากพ่อแม่และครอบครัว เจสสิก้าจึงมีความเชื่อมั่นในตัวเองพอ ๆ กับผู้ใหญ่และออกไปผจญโลกกว้างด้วยเท้าของเธอ ตอนเป็นเด็กเจสสิก้าเรียนเต้นรำในบ้านเกิด เมื่อขึ้นเวทีแสดงครั้งแรก เธอขอไปยืนแถวหลัง แต่ครูสอนเต้นรำบอกว่าไม่มีแถวหลัง เธอจึงต้องยืนแถวหน้ากระดานเพื่อเต้นไปพร้อมกับเพื่อน ๆ เมื่อแสดงจบเสียงปรบมือเกรียวกราวจากผู้ชมช่วยสร้างกำลังใจและความเชื่อมั่นให้เธอเรียนเต้นรำต่อไปนานถึง 14 ปี   นอกจากเต้นรำแล้ว พ่อแม่ของเจสสิก้ายังไปพบครูสอนเทควันโด เมื่อครูทราบถึงสภาพร่างกายของเจสสิก้าก็บอกว่าไม่มีปัญหา อยู่ที่ใจของเธอต่างหากว่าจะกล้าเรียนมั้ย เจสสิก้าได้สายดำครั้งแรกจากสหพันธ์เทควันโดอเมริกันเมื่ออายุ 14   เจสสิก้าจบปริญญาตรีด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยแอริโซนา ระหว่างเรียนเธอได้ก่อตั้งสมาคมศิลปะต่อสู้ป้องกันตัวเป็นที่ฝึกฝนกีฬาเทควันโด โดยครูประยุกต์รูปแบบการฝึกโดยเฉพาะขึ้นมาเพื่อนำไปใช้สอนนักเรียนไร้แขนรายอื่นในวันข้างหน้าอีกด้วย   เจสสิก้าใช้เท้าทำทุกอย่างเหมือนที่คนปกติใช้มือทำ ทั้งกินข้าว แต่งหน้า ขับรถ พิมพ์คีย์บอร์ด เติมน้ำมันรถ ถอดคอนแท็คท์เลนส์ และดำน้ำ แต่สิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้เธอมากที่สุดคือการเรียนขับเครื่องบิน ซึ่งต้องค้นหาถึงสามรัฐเครื่องบินสี่ลำ ครูสอนบินสองคน และใช้เวลาถึง 1 ปีกว่าจะเจอเครื่องบินที่ใช่ ซึ่งก็คือรุ่น 1946 415C Ercoupe กินเนสส์บุ๊กบันทึกสถิติว่าเธอเป็นผู้ที่มีใบอนุญาตคนแรกที่ขับเครื่องด้วยเท้า         ปัจจุบันเจสสิก้าเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ เธอยังคงทำเรื่องท้าทายใหม่ ๆ ต่อไป ล่าสุดคือการเดินบนสาย Slackline หรือการเดินบนเชือกไนลอนเส้นเดียว และปีนเขา เธอเป็นทูตสันถวไมตรีให้องค์กรการกุศลหลายแห่ง นอกจากนั้นยังเป็นที่ปรึกษาให้เด็กที่พิการทางแขนขารวมทั้งพ่อแม่ของเด็ก ๆ อีกด้วย         ที่มา : นิตยสาร Secret  ฉบับที่ 231    


read more
FIT ANYWHERE : “มะละกอ” ผลไม้ที่เหมาะสำหรับมื้อเย็น

FIT ANYWHERE : “มะละกอ” ผลไม้ที่เหมาะสำหรับมื้อเย็น

ถ้าตอนเย็นต้องการรับประทานผลไม้ ควรจะต้องทานอะไรดี ?   มื้อเย็นที่มันอิ่มๆ มันจุกๆ แต่ก็รู้สึกอยากจะหาอะไรทานเล่นๆ วันนี้ FIT ANYWHERE ขอแนะนำผลไม้ชนิดหนึ่งให้กับชาว MELLOW เลย นั่นคือ “มะละกอสุก” “มะละกอสุก” เป็นผลไม้ที่ดีสำหรับตอนเย็น เพราะข้อดีของ มะละกอ ก็คือ   ☻ อิ่มท้อง และสามารถทานแทนมื้อเย็นได้   ☻ มีไฟเบอร์สูง ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย   ☻ มะละกอมีน้ำตาลที่ไม่มากเกินไป เวลาที่ทาน เราก็จะได้น้ำตาลในปริมาณที่น้อย ไม่เหมือนกับผลไม้ที่มีน้ำตาลในปริมาณมาก เช่น สับปะรด แคนตาลูป ลำไย มะม่วงสุก ที่กล่าวมาเป็นผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลสูง   เพราะฉะนั้นการทาน มะละกอ จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับ ‘มื้อเย็น’     สามารถติดตามความรู้และเคล็ดลับการดูแลตัวเองกับ FIT ANYWHERE ได้ในคราวหน้ากับ MELLOW 97.5  


read more
BETTER WORK BETTER LIFE : ชนะ 1 แพ้ 9 บทเรียนจากเจ้าของ Uniqlo ทาดาชิ ยาไน

BETTER WORK BETTER LIFE : ชนะ 1 แพ้ 9 บทเรียนจากเจ้าของ Uniqlo ทาดาชิ ยาไน

  ชนะ 1 แพ้ 9 บทเรียนจากเจ้าของ Uniqlo ทาดาชิ ยาไน       ขณะกําลังศึกษาชั้นปีที่ 3 ณ มหาวิทยาลัยโกเบ ประเทศญี่ปุ่น ดิฉันพร้อมเพื่อน ๆ ในชั้นอีก 10 คนมีโอกาสได้พบ คุณทาดาชิ ยาไน (Tadashi Yanai) ประธานบริษัท Uniqlo 1 อาจารย์ประจําวิชาการตลาดให้พวกเรานําเสนอโปรเจ็กต์ “ไอเดียใหม่สําหรับเสื้อผ้าสตรี” จากมุมมองของเด็กมหาวิทยาลัย โดยพวกเราต้องนําเสนอต่อหน้าท่านประธานและผู้จัดการฝ่ายต่าง ๆ อีก 4 คน 2วันนั้นทุกคนตื่นเต้นมาก ๆ เหตุผลแรกเพราะชื่อเสียงของบริษัทสมัยนั้นแบรนด์ Uniqloมีชื่อเสียงไปทั่วประเทศญี่ปุ่นแล้ว คนญี่ปุ่นถึงกับพูดเล่นกันว่า ถ้าลองปาก้อนหินสัก 2 – 3 ก้อนไปตรงถนนช็อปปิ้งนี้ ต้องถูกคนใส่เสื้อUniqlo สักคนแน่ ๆ อีกเหตุผลคือ ท่านประธานตั้งใจฟังพวกเราอย่างยิ่ง และแสดงความเห็นอย่างจริงจังมาก ๆ เสมือนพวกเราเป็นพนักงานบริษัท ท่านจ้องเขม็งมาที่สไลด์นําเสนอของพวกเรา เมื่อเรานําเสนอจบ ท่านก็ให้ข้อคิดเห็นว่า โปรเจ็กต์ของพวกเรามีข้อบกพร่องตรงไหนตรงไหนน่าทํา ตรงไหนทําไม่ได้ ตรงไหนต้องแก้ 3เมื่อพวกเรานําเสนอว่า แบรนด์น่าจะทําลวดลายญี่ปุ่นหรือเป็นชุดยูกาตะให้ใส่ง่าย ๆ ท่านก็พูดเลยว่า Uniqloต้องการเป็นแบรนด์ที่ไประดับโลก จะหยุดอยู่แค่ดีไซน์ญี่ปุ่นไม่ได้ ท้ายชั่วโมงเป็นช่วงพูดคุยแลกเปลี่ยนคําถาม พนักงานที่ร่วมฟังการนําเสนอของเราถามดิฉันว่า 4“ถ้า Uniqloไปเปิดที่ไทยจะประสบความสําเร็จไหม” สมัยนั้น Uniqloยังเป็นแค่แบรนด์เสื้อผ้าเรียบ ๆ ธรรมดา ๆ เท่านั้น ไม่มีเสื้อผ้าที่เป็นนวัตกรรม และยังไม่มีลวดลายต่าง ๆ มากเท่าทุกวันนี้ ดิฉันตอบไปว่า “ไม่น่าจะสําเร็จค่ะ เพราะเสื้อผ้าเมืองไทยถูก ๆ ลายสวย ๆ ดี ๆ มีเยอะแยะ ไม่เชื่อไปดูจตุจักรบ้านหนู แล้วคนไทยยังไม่มีกําลังซื้อเสื้อUniqlo หรอก” เป็นคําตอบที่ตรงไปตรงมาและโง่มากในวันนี้ ดิฉันบอกตัวเองเบา ๆ ว่า ใครจะนึกว่า Uniqloจะพัฒนาไปไกลขนาดนี้   ณ วันนี้ดิฉันเห็นร้าน Uniqlo ตามห้างสรรพสินค้าในเมืองไทยเต็มไปหมด Uniqlo กลายเป็นแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังระดับโลก เคียงข้างแบรนด์ชั้นนําอย่าง Zara และ H&M 8Uniqlo ออกเสื้อผ้าที่ไม่ใช่แค่ดีไซน์สวยงาม แต่มีนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ลูกค้าเสมอ เช่น เสื้อขนเป็ดสุดเบาที่ม้วนเก็บได้ ตอบโจทย์ผู้ที่รู้สึกว่าเสื้อกันหนาวที่ดีนั้นหนัก พกพาไม่สะดวก เสื้อ AIRism ที่ใส่แล้วเย็นระบายเหงื่อดี​ ตอบโจทย์เสื้อผ้าชุ่มเหงื่อในฤดูร้อน หรือเสื้อฮีทเทคที่มีเส้นใยเก็บความร้อนจากร่างกายได้ดี ใส่แล้วอุ่น ก็ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องใส่เสื้อหลาย ๆ ชั้นเพื่อป้องกันความหนาว 9สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดจากการที่ท่านประธานยาไนปรับเปลี่ยนทัศนคติตนเองจากการเป็น “พ่อค้า” ผู้ซื้อสินค้ามาแล้วขายไป ม่าเป็น​ “ผู้บริหาร” ที่สร้างสิ่งใหม่ ๆ ให้สังคม นั่นทําให้ในปี ค.ศ. 2015 เขาสามารถก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งผู้ร่ำรวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และรวยเป็นอันดับที่ 41 ของโลกตามการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes 1หลายปีก่อนหน้านี้คงไม่มีใครเชื่อว่า ชายผู้นี้จะสามารถพลิกธุรกิจร้านเสื้อผ้าผู้ชายเล็ก ๆ ของครอบครัวในจังหวัดยะมะงุชิให้กลายเป็นร้านเสื้อผ้าชื่อดังที่มีสาขากว่า 1,300 แห่งใน 15 ประเทศทั่วโลก  โดยเฉพาะในย่านแฟชั่นชั้นนําอย่างถนนฟิฟธ์อเวนิวในสหรัฐอเมริกา ออกซฟอร์ดสตรีทในอังกฤษ หรือกลางกรุงปารีสในประเทศฝรั่งเศส 12แม้จะประสบความสําเร็จเช่นนี้ แต่ยาไนก็ยังบอกคนอื่นเสมอว่า ชีวิตของเขาถ้าเปรียบเทียบกับเกม เขาลงแข่ง 10 ครั้ง แพ้ไป 9 ครั้ง​ และชนะแค่ครั้งเดียวเท่านั้น     1เมื่ออายุประมาณ 30 ปี คุณพ่อมอบหน้าที่บริหารกิจการทั้งหมดให้แก่ยาไน เขาก็ตั้งใจปรับปรุงร้าน และค่อย ๆ ทํายอดขายและกําไรสูงขึ้นเรื่อย ๆ แม้ธุรกิจจะมีกําไร แต่ก็ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน วันนี้มีกําไร แต่ก็ไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น นั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทําให้ยาไนพยายามอ่านหนังสือเกี่ยวกับการทําธุรกิจเป็นร้อย ๆ เล่ม และดิ้นรนออกไปคุยกับผู้บริหารบริษัทต่าง ๆ เพื่อหาความรู้และแนวคิดใหม่ ๆ เขาถามตนเองเสมอ ๆ ว่า บริษัทที่ดีเป็นอย่างไร และจะสร้างบริษัทที่ดีได้อย่างไร 1วันหนึ่งเขามีโอกาสได้พบกับ จิมมี่ ไล (Jimmy Lai) เจ้าของแบรนด์ Giordano ที่ฮ่องกง เขาเห็นว่าจิมมี่สั่งซื้อเสื้อลําลองเป็นจํานวนมหาศาล ทําให้เขาเห็นโอกาสอะไรบางอย่าง ประกอบกับระหว่างการเดินทางไปดูงานที่สหรัฐอเมริกา เขาได้เห็นความสําเร็จของแบรนด์เสื้อผ้าที่สวมใส่ง่าย เช่น GAP, Esprit, United Colors of Benetton แม้แต่ร้านสหกรณ์ในมหาวิทยาลัยก็เนืองแน่นไปด้วยนักศึกษาที่มาหาซื้อเสื้อฮู้ดและเสื้อยืดต่าง ๆ 20ยาไนเห็นความแตกต่างระหว่างธุรกิจจําหน่ายเสื้อเชิ้ตและชุดสูทของที่บ้านซึ่งต้องคอยดูแลลูกค้า คอยเอาใจใส่ทุกกระบวนการ กับธุรกิจเสื้อผ้าลําลองซึ่งลูกค้าตัดสินใจเอง เลือกซื้อเอง เขาเห็นว่าธุรกิจประเภทหลังขายง่ายกว่า ไม่ยุ่งยาก และสามารถขยายธุรกิจได้เร็วกว่าธุรกิจเดิม จึงตัดสินใจเบนเข็มไปทําธุรกิจเสื้อผ้าลําลองแทน เขาตั้งชื่อบริษัทใหม่ว่า “Fast Retailing” ด้วยปณิธานที่ว่า จะนําสินค้าที่ลูกค้าต้องการไปให้ถึงมือลูกค้าได้เร็วที่สุด และตั้งชื่อแบรนด์เสื้อผ้าลําลองใหม่นี้ว่า “Uniqlo” ซึ่งมาจากคําว่า “Unique Clothing Warehouse” หรือคลังเสื้อผ้าที่เป็นเอกลักษณ์นั่นเอง 21 เขาตัดสินใจได้ถูกต้อง สินค้าราคาประหยัดทว่าคุณภาพดีอย่างเสื้อกันหนาวฟลีซได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว Uniqlo กลายเป็นกระแสในญี่ปุ่น เขาจึงขยายกิจการไปเรื่อย ๆ จากจังหวัดยะมะงุชิไปจังหวัดฮิโระชิมะ จังหวัดใหญ่ที่อยู่ติดกัน และกระโดดไปเปิดร้านที่โตเกียว จากนั้น Uniqlo ก็เติบโตอย่างรวดเร็วไปทั่วประเทศ และมุ่งสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก 22 หลายคนอาจมองว่า Uniqlo เป็นแบรนด์ที่่ประสบความสําเร็จมากในระยะเวลาไม่ถึง 20 ปี แต่ยาไนบอกว่าเขาผิดพลาดมามากเช่นกัน 23 “ในการทําธุรกิจ หากเริ่มอะไรใหม่ ๆ สัก 10 อย่าง ก็คงจะล้มเหลวสัก 9 อย่าง นั่นแหละความผิดพลาด ความล้มเหลวเป็นเรื่องปกติในการทําธุรกิจ”   แต่ล้มเร็ว ก็ต้องลุกเร็ว 2ยาไนเคยลงทุนทําธุรกิจเสื้อผ้ากีฬา โดยตั้งชื่อว่า Sportqlo แต่ก็ล้มเลิกไปในเวลาไม่ถึง 1 ปี เนื่องจากผู้บริโภคแยกความแตกต่างระหว่างแบรนด์ใหม่กับแบรนด์เก่าไม่ออก Uniqlo ไปเปิดร้านที่อังกฤษถึง 21 ร้าน ภายในระยะเวลาแค่ 2 ปี แต่สุดท้ายต้องปิดตัวไปถึง 16 ร้าน เนื่องจากขยายเร็วเกินไปทําให้เกิดปัญหาด้านการขนส่งสินค้าตลอดจนการอบรมพนักงานใหม่ เท่านั้นยังไม่พอ ยาไนและบริษัท Fast Retailing ของเขายังเคยพยายามลองทําธุรกิจขนส่งผักด้วย แต่ยอดขายไม่ถึงเป้า จึงล้มเลิกไปภายใน 2 ปี ในหนังสือ ชนะ 1 แพ้ 9 ที่ยาไนเขียนเรื่องเกี่ยวกับ Uniqlo มีอยู่หลายบทที่พูดถึงความผิดพลาดในการทําธุรกิจ แต่ทุกเรื่องที่ผิดพลาด เขาจะบอกด้วยว่าเกิดเหตุการณ์นั้นได้อย่างไร ตัดสินใจผิดพลาดตรงไหน แก้ปัญหาอย่างไร และก้าวเดินต่อไปด้วยวิธีไหน 27เขาผิดพลาดมาหลายครั้งจริง ๆ แต่เขาก็ยังก้าวเดินต่อ “ก่อนเริ่มทําธุรกิจใหม่ใด ๆ ก็ตาม ผมมองเห็นเป้าหมาย เห็นปลายทางแล้วว่าธุรกิจนี้น่าจะเป็นแบบไหน” 29ถ้าธุรกิจนั้นดูท่าจะไปไม่ถึงฝั่ง ไม่เป็นไปตามเป้า ก็รีบถอนตัวแต่เนิ่น ๆ นั่นเป็นสาเหตุที่ Uniqlo ลองทําอะไรใหม่ ๆ ตลอดเวลา และไม่เคยกลัวความล้มเหลว ขอเพียงความผิดพลาดนั้นไม่ถึงกับทําให้บริษัทต้องล้มละลาย เขาก็พร้อมที่จะผิดพลาดและเรียนรู้เสมอ 30เขาเชื่อว่า ความล้มเหลวเป็นบทเรียนที่ดี ขอเพียงอย่าผิดซ้ํา และถอนตัวให้ไวจากความล้มเหลวในอดีต Uniqlo จึงมีตําราและคลังความรู้ว่า บริษัทต้องเปิดร้านในทําเลเช่นใด จัดวางของประเภทใดในทําเลไหน เรียนรู้ความต้องการของลูกค้าอย่างไร เวลาแตกแบรนด์ใหม่ต้องสร้างความแตกต่างกับแบรนด์เก่าอย่างไร ทั้งหมดได้มาจากความผิดพลาดในอดีตทั้งนั้น 33อย่ากลัวที่จะล้มเหลว แข่ง 10 ครั้ง แพ้ 9 ครั้งเป็นเรื่องปกติ ขออย่างเดียว ล้มเมื่อไรให้รีบลุกขึ้นมาวิเคราะห์ความผิดพลาดของตัวเองให้ดี แล้วตะลุยวิ่งแข่งในรอบถัดไป ชนะ 1 แพ้ 9 เป็นเรื่องปกติ 34 บทเรียนจากทาดาชิ ยาไน ชายที่ (น่าจะ) ล้มเยอะที่สุดและรวยที่สุดในญี่ปุ่น         ที่มา : นิตยสาร Secret  ฉบับที่ 183 เรื่อง : เกตุวดี Marumura      


read more
“เพราะสุดท้ายแล้ว ถ้าไม่ใช่เธอ ก็เป็นคนอื่นไม่ได้อยู่ดี” ไม่ใช่เธอก็ไม่ใช่-Nap A Lean

“เพราะสุดท้ายแล้ว ถ้าไม่ใช่เธอ ก็เป็นคนอื่นไม่ได้อยู่ดี” ไม่ใช่เธอก็ไม่ใช่-Nap A Lean

เพลงรักเพลงแรกจาก Nap A Lean ที่มาถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ของคนมีคู่ กับเรื่องราวที่หลายๆคู่มักเจอก็คือการทะเลาะกัน การไม่เข้าใจกัน จนบางครั้งหลายๆคู่ก็อยากที่จะเดินออกมาจากปัญหานั้น แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ จนต้องใช้ความอดทน และความรักเพื่อปรับตัวที่จะอยู่ด้วยกัน มองข้ามเรื่องเล็กๆน้อยๆเหล่านั้นไป เพราะสุดท้ายแล้ว ถ้าไม่ใช่เธอ ก็เป็นคนอื่นไม่ได้อยู่ดี   ************************************************* ยังต้องเป็นอย่างนี้ ไปอีกนาน เรายังต้องทะเลาะ กันทุกวัน แต่ก็ทำให้รู้ เรารักกัน และไม่มีวันเปลี่ยนไปรักใคร ถ้าไม่ใช่เธอก็ไม่ใช่ *******************************************   สามารถติดตามรับชมมิวสิควิดีโอเพลง “ไม่ใช่เธอก็ไม่ใช่” ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=2WGh80VAUNw และติดตามฟังเพลงเพราะๆแบบนี้ได้ทาง Mellow975 #KeepitMellowandListenToMusic   ขอบคุณรูปภาพจาก : mgronline.com


read more
BETTER WORK BETTER LIFE : เผยเคล็ดลับ รักษาความสำเร็จแบบ  Taylor Swift

BETTER WORK BETTER LIFE : เผยเคล็ดลับ รักษาความสำเร็จแบบ Taylor Swift

  เมื่อหน้าจอคอมพิวเตอร์ดับลง ก่อนที่มัสลินจะหยิบกระเป๋าและลุกออกจากโต๊ะทำงาน เธอก็ทำในสิ่งที่เธอต้องทำเป็นประจำก็คือการหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อหูฟังเพื่อฟังเพลงระหว่างทางกลับบ้าน ซึ่งวันนี้เพลงที่เธอเลือกเปิดฟังเป็นเพลงแรกก็คือ Look What You Made Me Do จากอัลบั้ม Reputation อัลบั้มล่าสุดของนักร้องสาวคนดัง Taylor Swift นักร้องคนโปรดของเธอนั่นเอง   ภายในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา Taylor Swift ได้กลายเป็นนักร้องเพลงป๊อปขวัญใจมหาชนที่มีเพลงฮิตติดชาร์ตมากมาย และแทบทุกเพลงก็ติดหูคนฟังทุกเพศทุกวัย ทั้งในสหรัฐอเมริกา และประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ซึ่งมัสลินเองก็เป็นหนึ่งในแฟนคลับที่ติดตามผลงานของ Taylor Swift มาตั้งแต่อัลบั้มแรก ๆ     ในขณะที่ศิลปินดาวรุ่งหลายต่อหลายคน ไม่สามารถปรับตัวได้เมื่อต้องเปลี่ยนจากคนธรรมดาเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน พวกเขาอาจไม่เป็นตัวของตัวเองในยามที่ชื่อเสียงเงินทองไหลมาเทมา คนดังบางคนตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขา จนต้องออกจากวงการไปในที่สุด แต่กระแสความดังของ Taylor Swift กลับไม่มีวี่แววจะแผ่วลงเหมือนนักร้องคนอื่น ๆ เลยแม้แต่น้อย   วันนี้ Mellow975 จะพาไปดูว่าเธอมีวิธีในการรับมือกับการมีชื่อเสียงอย่างไร ถึงสามารถรักษาความโด่งดังเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง       เตรียมตัวล่วงหน้า   เธอได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารเล่มหนึ่งว่าสมัยที่เธอยังเด็ก ขณะที่เด็กคนอื่น ๆ ดูรายการโทรทัศน์ทั่วไป เธอชอบดูรายการที่มีชื่อว่า “Behind the Music” ซึ่งเป็นรายการสารคดีตามติดชีวิตนักร้อง หรือวงดนตรีที่มีชื่อเสียง โดยในรายการจะมีการสัมภาษณ์ถึงที่มาที่ไปกว่าจะมาเป็นนักร้องนักดนตรีที่ประสบความสำเร็จ ผู้ชมจะได้รู้ว่า กว่าจะโด่งดังได้พวกเขาต้องผ่านความยากลำบากอะไรมาบ้าง    ใช้ความผิดพลาด (ของคนอื่น) เป็นบทเรียน   Taylor Swift อธิบายว่าเธอได้เห็นตัวอย่างของวงดนตรีหลายวงที่เคยประสบความสำเร็จแต่สุดท้ายก็ต้องยุติเส้นทางในวงการไป นั่นทำให้เกิดคำถามในใจของเธอว่าทำไมวงเหล่านั้นถึงไม่สามารถรักษาความสำเร็จเอาไว้ได้ เธอมักจะครุ่นคิดถึงเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา และนั่นทำให้เธอได้ข้อสรุปว่า เมื่อคนเราโด่งดังแล้ว จะลืมตัวตนของตัวเองก่อนที่จะมีชื่อเสียงไป เมื่อถึงจุดหนึ่งที่หลายสิ่งหลายอย่างเบี่ยงเบนความสนใจ เช่น เงินทอง หรือ ผู้คนที่เข้ามา อาจทำให้ พวกเขาไม่ใส่ใจกับการทำงาน  และทำให้ขาดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานดี ๆ ให้แฟน ๆ เพราะมัวแต่หลงอยู่กับความโด่งดังของตัวเอง โดยไม่คิดจะพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ เพื่อต่อยอดความสำเร็จในปัจจุบัน     หมั่นทบทวนเป้าหมายชีวิตของตัวเอง   สิ่งที่ Taylor Swift ทำคือ ทบทวนตัวตนและเป้าหมายของตัวเธอเองในทุก ๆ วัน เธอคิดว่าจริง ๆ แล้ว มันไม่ใช่เรื่องของการวางตัวหรือการรับมือกับชื่อเสียงที่เข้ามาในชีวิต แต่เป็นการรักษาความเป็นตัวของตัวเองเอาไว้ให้ได้มากกว่า เพราะเมื่อคนเราประสบความสำเร็จ สิ่งแรกที่จะสูญเสียไปก็คือความเป็นตัวของตัวเองนั่นเอง   นอกเหนือจากผลงานและความสามารถทางดนตรีที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว  Taylor Swift ยังเป็นตัวอย่างที่ดีของคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ เห็นได้จากการที่เธอหมั่นศึกษาหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์และเตรียมรับมือกับความสำเร็จและความล้มเหลวมาตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก ก่อนที่เธอจะโด่งดังในวงการดนตรีเสียอีก ซึ่งนั่นทำให้ในตอนนี้เธอยังคงรักษาชื่อเสียงของเธอไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และเป็นหนึ่งในนักร้อง นักดนตรีที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลกในปัจจุบัน นอกจากนั้นเรื่องราวของนักร้องสาวคนนี้ยังสอนให้เรารู้ว่า เมื่อเราประสบความสำเร็จแล้ว เราต้องมีสติ ไม่หลงดีใจกับความสำเร็จเพียงชั่วขณะหนึ่ง และต้องมุ่งมั่นพัฒนาความสามารถไปเรื่อย ๆ เพื่อต่อยอดความสำเร็จในปัจจุบัน รวมไปถึงเพื่อความก้าวหน้าของตัวเราเองในอนาคต       ติดตามสาระความรู้สำหรับคนทำงาน ที่อ่านง่าย อ่านสนุก แง่มุมต่างๆ   เกี่ยวกับการทำงานได้แล้วใน BETTER WORK BETTER LIFE กับ  Mellow 97.5                   ข้อมูลจาก : .businessinsider        


read more

ข่าวล่าสุด News

Club Mellow Club Mellow

ร่วมสนุกลุ้นเป็นผู้โชคดีชมภาพยนตร์ The Nun รอบพิเศษ
ร่วมสนุกลุ้นเป็นผู้โชคดีชมภาพยนตร์ The Nun รอบพิเศษ
29 สิงหาคม 2561 read more
ร่วมสนุกลุ้นเป็นผู้โชคดีชมภาพยนตร์ Along with the Gods: The Last 49 Days รอบพิเศษ
ร่วมสนุกลุ้นเป็นผู้โชคดีชมภาพยนตร์ Along with the Gods: The Last 49 Days รอบพิเศษ
02 สิงหาคม 2561 read more
ร่วมสนุกลุ้นเป็นผู้โชคดีชมภาพยนตร์ Shoplifter รอบพิเศษ
ร่วมสนุกลุ้นเป็นผู้โชคดีชมภาพยนตร์ Shoplifter รอบพิเศษ
16 กรกฎาคม 2561 read more
view all

Contact Sales & Marketing

address

บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) 63/1 ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม. 10310

email

keepitmellow975@gmail.com

call us

02-201-6541

Line @Mellow975

@Mellow975
Copyright © 2017 http://mellow975.mcot.net All Rights Reserved. Powered by Pun Corporation